ความจำเป็นและประวัติการก่อตั้งชมรม
จากคำสั่งของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาปราณีและแบบอย่างจากท่านรอซูลลุลลอฮ (ศอว.) ที่ให้มนุษยชาติ (ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม) อุปโภคและบริโภคสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ โดยมีหลักฐานจากอัลกุรอานและอัลฮาดิษดังนี้
" มนุษย์เอ๋ยจงบริโภคสิ่งที่อนุมัติ(ฮาลาล)และที่ดี(ตอยยิบ)จากที่มีอยู่ในแผ่นดิน และอย่าปฏิบัติตามรอยเท้าของมาร แท้จริง มันเป็นศัตรูที่เปิดเผยสำหรับสูเจ้า "
อัลกุรอาน บทที่ 2 : โองการที่168
และจากคำกล่าวของท่านรอซูล(ซล.) ที่เกี่ยวกับการเลือกสิ่งที่ฮาลาลและฮารอมดังนี้
จากอบู อับดุลลอฮ คือ อัน- นุอมาน บิน บะชีร (รอ.) กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮ (ศอว.) กล่าวว่า “แท้จริง สิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) นั้นชัดแจ้ง สิ่งที่ต้องห้าม (ฮารอม) ก็ชัดแจ้ง และในระหว่างทั้งสองสิ่งนั้น มีเรื่อง (หรือสิ่ง)ที่คลุมเครือ (ไม่ชัดแจ้ง) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้น ผู้ใดรักษาตัวเขาจากสิ่ง (หรือเรื่อง) ทีคลุมเครือนั้น เขาได้ชำระตัวเขาในการปกป้องศาสนาของเขาและเกียรติเขา ส่วนที่ตกลงไปในการกระทำสิ่งที่คลุมเครือ เขาก็ได้ตกลงไปในเรื่องที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์รอบ ๆ ที่ดินที่ต้องห้าม (เช่นสวนของคนอื่น) ไม่ช้า มันก็จะเข้า (ไปกิน) ใน (สวน) นั้น จงจำไว้ว่า ผู้ปกครอง (กษัตริย์ฯลฯ) ทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม จงจำไว้เถิดว่าที่อัลลอฮทรงห้าม คือ สิ่งที่พระองค์ไม่ทรงอนุมัติ จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามัน คือ หัวใจ ”
บันทึกโดย บุคอรี และ มุสลิม
คำว่าอนุมัตินั้น ภาษาอาหรับเรียกว่า "ฮาลาล " ไม่เฉพาะกับสิ่งที่เรากินเท่านั้น ยังหมายถึง วิธีการได้มาซึ่งเงิน หรือสิ่งต้องห้ามอื่นๆ สิ่งใดที่ห้ามไม่อนุมัติจะเรียกว่า " ฮารอม " การคดโกงมาก็เรียกว่า ฮารอม เช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อเลือดเนื้อของเรา หากทานสิ่งไม่ดีสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกดูดซึมหมุนเวียนเข้าสู่ร่างกาย หัวใจและสมอง เนื้อในร่างกายก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดี เช่นกัน ทำให้มีผลต่อจิตใจของมนุษย์ ซึ่งจะมีผลต่อการ เคารพภัคดี(ทำอิบาดะฮฺ) ต่ออัลลอฮ์ รวมไปถึงการขอพร(ดุอาอ์) ที่ไม่ถูกการตอบรับจากพระองค์อัลลอฮฺซุบบะฮานะฮูวะตะอาลา
อีกทั้งเลือดเนื้อในร่างกายเรานั้นหากบริโภคในสิ่งที่ต้องห้าม ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงของนรกดังที่ท่านรอซูลลุลลอฮ์ (ศอว.) ได้กล่าวว่า
"ก้อนเนื้อทุกชิ้นที่เติบโตมาจากสิ่งฮะรอม(ก้อนเนื้อนั้น) ไฟนรกจะเผาผลาญเป็นเบื้องแรก "
รายงานโดย:ฎ็อบเราะนีย์
ปัจจุบันสภาพสังคมได้เปลี่ยนแปลงทำให้วิถีชีวิตของคนก็เปลี่ยนแปลงไปรวมทั้งวัฒนธรรมการอุปโภค บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่เดิมเราปลูกพืชและประกอบอาหาร ทานเอง แต่ปัจจุบันนี้เราทานอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต (Process Foods) มาแล้ว ที่เน้นในเรื่องของความสะดวกสบายเป็นหลัก เนื่องจากผู้คนส่วนมากไม่มีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์อาหาร จึงไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องฮาลาลหรือไม่ฮาลาล ซึ่งตามหลักความเป็นจริงสำหรับมุสลิมสิ่งที่มีค่ามากคือการบริโภคอาหารที่ฮาลาลตามหลักศาสนาเพราะนอกจากจะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย ยังมีผลดีต่อจิตวิญญาณและการทำอิบาดะอ์ของเรา แต่สังคมของเรากำลังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ คือการที่ผู้ผลิตสินค้าฮาลาล ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย โดยไม่รู้ว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้นั้นได้มาตรฐานและถูกต้องตามหลักศาสนา(ฮาลาลและตอยยิบ)มากน้อยเพียงใด บางครั้งก็มีการแอบอ้างในเรื่องของตราสัญลักษณ์เพื่อให้เข้าใจว่าสินค้านั้น มุสลิมทานได้ แต่ความเป็นจริงแล้วอาหารนั้นไม่ได้ฮาลาลและตอยยิบ ทำให้สิ่งที่เราบริโภคที่คิดว่าปลอดภัยกลับกลายมาเป็นโทษ ด้วยเหตุนี้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 ตัวแทนบุคคลจาก 8 องค์กรคือ
1. สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (ยมท.)
2. สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข
3. มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลาม
4. มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา
5. คณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา
6. ชมรมธุรกิจการค้ามุสลิม จ.ยะลา
7. ศูนย์ทนายความมุสลิม สาขายะลา
8. สำนักงานสาธารณสุข จ.ยะลา
เห็นความจำเป็นในเรื่องฮาลาลจึงได้มีการประชุมเพื่อก่อตั้ง ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาล ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ด้านฮาลาลกับสังคม และช่วยเหลือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิมให้หลีกห่างและหลุดพ้นจากสิ่งฮารอมทั้งหลาย โดยในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ชมรมจึงได้มีการจัดงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง “ฮาลาลไทยใครจะคุ้มครอง” พร้อมกับรับสมัครสมาชิกชมรม ณ อาคารหอประชุมวันมูหะมัดนอร์ มะทา มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาและระดมความคิดประมาณ 880 คน หลังจากนั้นจึงได้มีการจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1ของชมรม เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 51 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เพื่อคัดเลือกประธานชมรมและกำหนดทิศทางการทำงานของชมรม โดยที่ประชุมมีมติคือ ให้มีการจัดตั้งองค์กรในรูปแบบของชมรมดำเนินการทำกิจกรรมไปก่อนเพื่อเป็นการศึกษาการทำงานและเตรียมสร้างองค์กรให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นนิติบุคคล(สมาคม) ภายใน 6-8 เดือน และที่ประชุมมีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรม(ซูรอ) จากตัวแทนจาก 8 องค์กรคือ
1. พล.ต.ต จำรูญ เด่นอุดม
2. อ.ซอและห์ ตอเล็บ
3. นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน
4. นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ
5. นายมูฮำมัดรุสดี ภาลาวัณ
6. นายเจ๊ะมามะ ยะโก๊ะ
7. นายแวอาลี หะยีบากา
8. นายมันโซร์ สาและ
| ถัดไป > |
|---|

จำนวน ผู้เข้าชม





